style> img { -webkit-filter: grayscale(100%); filter: grayscale(100%); } html { -webkit-filter: grayscale(100%); }
 
 


ความรู้สึกดีๆ ของนิสิตแพทย์จุฬา (กลุ่ม๙) ชั้นปีที่ ๒


เจริญพรเพื่อนเครือข่ายพันธมิตรจิตอาสาที่เมตตาถึงเสมอ

สืบเนื่องจากการนำนิสิตแพทย์จุฬาชั้นปีที่๒โดยการนำของอจ.หมอพรเลิศ ฉัตรแก้วและอจ.หมอภุชงค์ฯ
ซึ่งมีนิสิตแพทย์ ๑๕ คนและนักศึกษาแพทย์แพทย์ไทยอีก ๒๖ คน โดยการนำของอาจารย์สยัณ ได้มาฝึกงานที่อโรคยศาล วัดคำประมง
ระหว่างวันที่ ๖ ถึง๘ ตุลาคม ๒๕๕๐
ทำให้เกิดความประทับใจในคุณหมอรุ่นนำร่องรุ่นแรก อย่างไรหลวงตาจะถ่ายทอดให้เพื่อนเครือข่ายได้เข้าใจถึงความรู้สึกดีๆของน้องหมอที่มีต่อผู้ป่วยและสังคมไทย

หลักการและเหตุผล

• การเอาใจใส่และการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ยังขาดในบางมิติ
• การแพทย์ที่เป็นส่วนเติมเต็มของการแพทย์แผนปัจจุบัน
• จิตอาสากับการดูแลผู้ป่วย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อต้องการศึกษาแนวทางการรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนไทย และแผนปัจจุบัน
2. เพื่อศึกษาวิถีชีวิตและเหตุผลของผู้ป่วยที่เลือกมารับการรักษาที่วัดคำประมงทั้งจากตัวผู้ป่วยเองอย่างใกล้ชิด และผู้เกี่ยวข้องเช่น ญาติ ครอบครัวผู้ป่วย
3. เพื่อทำให้นิสิตแพทย์ที่ไปร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสได้รับความรู้ผ่านประสบการณ์ตรง โดยเข้าร่วมกิจกรรม เช่น การนั่งสมาธิ การทำบุญ การฟังเพลงบำบัด การเล่นโยคะ ร่วมกับผู้ป่วยในวัด
4. เพื่อศึกษาแบบแผนการรักษาผู้ป่วยทั้งทางร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ตามแนวคิด holistic approach
5. ได้ฝึกทักษะการพูดคุยกับผู้ป่วยและญาติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์ในอนาคต
6. เข้าใจจิตใจและความทุกข์ของญาติและผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งสมควรได้รับการดูแลเอาใจใส่โดยองค์รวม
7. เพื่อสร้างเสริมทัศนคติในการเป็นแพทย์ที่ดีในอนาคต

ผลของสมาธิบำบัด

• เกิดความสงบภายในจิตใจ
• ลดการใช้ออกซิเจนของเซลล์ จึงลดอัตราการใช้พลังงานของร่างกาย
• เกิดการหลั่งสารเอนโดฟินในสมอง มีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น โดยจะมีเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า T-cell เพิ่มมากขึ้น ไปควบคุมเซลล์มะเร็ง
• ลดความเครียด ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล
• แก้ภาวะวิกฤตของชีวิต
• ช่วยให้ชีวิตมีประสิทธิภาพ
• สร้างเสริมสุขภาพ
• รักษาโรค

ความประทับใจ

แต่เมื่อถึงเวลาที่การเรียนหนักขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่าแค่เรียนจบได้เป็นหมอก็คงพอ การไปที่วัดคำประมง เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับคนไข้อย่างแท้จริง จนทำให้ผมได้ตระหนักอีกครั้งว่าการเป็น "หมอ" กับ การเป็น "หมอที่ดี" ต่างกัน เพราะผู้ป่วยต้องการ "หมอที่ดี" ไม่ใช่แค่ "หมอ" วันนี้ผมจึงภูมิใจที่จะได้เรียนหนักในทุกวันเพื่อที่จะได้เป็น "หมอที่ดี(ที่สุดในแบบของผมเอง)…"

ประสบการณ์ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ ในคืนหนึ่งที่พวกเราออกเยี่ยมคนไข้ด้วยกัน มีผู้ป่วยคนหนึ่งมีอาการปวดมากจนนอนไม่หลับ ผมเป็นคนไปนำยามาให้หมอ สิ่งน่าประทับใจที่ผมได้เห็น คือ สีหน้าของคนไข้จากความรู้สึกเจ็บป่วยเกินกว่าจะบรรยายกลายเป็นรอยยิ้มในพริบตาที่ได้รับยา หลังจากนั้นผมได้รู้สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมากกว่า คือ จริงๆแล้วกว่าที่ยาจะออกฤทธิ์นั้นต้องใช้เวลาประมาณ 15 นาที นั่นหมายความว่า การที่ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นนั้น ไม่ใช่ผลของยาเลย แต่เป็นผลจากการรักษาทางจิตใจต่างหาก…"

จากประสบการณ์ที่ผมได้นั้น ทำให้ผมซึ่งเชื่อมั่นอย่างยิ่งในวิทยาศาสตร์ได้รู้ว่า ในการเป็นหมอที่ดี วิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ มันมีอะไรที่มากกว่านั้น การเป็นหมอที่ดีนั้นไม่ใช่เฉพาะการเป็นหมอที่ดูแลร่างกายของผู้ป่วยได้ดีเท่านั้น แต่จะต้องเป็นหมอที่ดูแลจิตใจของคนไข้ได้อย่างดีอีกด้วย…"

ผู้ป่วยที่นี่ได้รับกำลังใจจากทั้งครอบครัวและหลวงตา โดยที่วัดแห่งนี้จะให้ครอบครัวของผู้ป่วยมาอาศัยอยู่กับผู้ป่วย เปรียบเสมือนกับผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน ส่วนหลวงตาก็จะนำธรรมะมาช่วยผู้ป่วยทางด้านจิตใจ โดยจะให้ผู้ป่วยสวดมนต์ก่อนเข้านอน และตักบาตรในตอนเช้า การรักษาผู้ป่วยเช่นนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมอย่างแท้จริง ซึ่งประกอบด้วยการวินิจฉัย บำบัดรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ…"

•...ดิฉันประทับใจหมอคนหนึ่ง ที่เป็นรุ่นพี่แพทย์จุฬาฯ ของเรานี่เอง ชื่อคุณหมอศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์ ท่านอุทิศตนทำงานเพื่อผู้ป่วยมะเร็งที่วัดนี้ สะท้อนถึงความเสียสละ ความมีหัวใจของการห่วงใยผู้ป่วยในฐานะมนุษย์ แบบองค์รวม คอยดูแลผู้ป่วยจนดึกดื่น สอนให้ผู้ป่วยเข้าใจ และเห็นธรรมชาติของโรค จะคอยสอนคนไข้อย่างใจดีให้ใช้สมาธิเพื่อระงับอาการปวด ซึ่งที่ดิฉันได้เห็นคนไข้ก็ดีขึ้นจริงๆ คุณหมอยังใจดีกับพวกเรา คอยบอกและสอน จนทำให้คิดได้ ว่าอาชีพแพทย์มีหลายมุม เราอยากเป็นแพทย์แบบใด ไม่มีถูกผิด แต่แพทย์ที่จะมีความสุขอย่างแท้จริง คือแพทย์ที่ตั้งใจทำเพื่อความสุขของผู้ป่วยอย่างเต็มที่ โดยไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัวมาเป็นอันดับแรก...
<< กลับสู่หน้าหลัก