บทความเรื่องโฉมหน้าเครือข่ายอาสาสมัครในสังคมยุคใหม่


การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชนในการดูแลโรคมะเร็ง(หรือโรคอื่นๆ) เพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การจัดตั้ง จะเป็นประโยชน์ต่อคนในสังคม และช่วยดึงสังคมให้กลับมาสู่การมีน้ำใจ โดยไม่ต้องลงทุนมาก

  1. เสนอให้ ทุกเครือข่ายช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย โดยเปิดเวทีกิจกรรมขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทำได้ง่าย ไม่จำกัดเวลาทำงาน และไม่ต้องมีค่าตอบแทนให้ ประชาชนจะมีความภูมิใจที่ได้ทำความดีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

    1. ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือเมื่อพบผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการดูแล หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยสามารถโทรศัพท์หรือวิทยุมาที่หน่วยให้บริการ ตัวแทนเครือข่ายในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ ต้องมีการประชาสัมพันธ์โดยวิทยุ หรือมีป้ายประกาศ ทำสติ๊กเกอร์บอกให้ทราบว่าถ้าพบผู้ป่วยให้โทรที่ ......เป็นลักษณะเบอร์ ICE (Incase of Emergency) ของพื้นที่นั้น หรือแจ้งที่รายการวิทยุเช่นร่วมด้วยช่วยกัน
    2. เปิดรับสมัครอาสาสมัครดูแลผู้ป่วย ทำหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับสถานพยาบาล ลงไปเยี่ยมผู้ป่วยเพื่อประเมินสถานการณ์ แล้วตัดสินใจขอความช่วยเหลือ ขอบเขตของการดูแลคือ1.ให้กำลังใจ 2.แจกเอกสารที่เกี่ยวกับโรค 3.ติดต่อประสานงานการรักษาต่อ 4.ประเมินผลการช่วยเหลือว่าสำเร็จหรือไม่แล้วประสานงานต่อ
    3. รายการวิทยุท้องถิ่นควรออกอากาศเรื่องการประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย และชมเชยสมาชิกอาสาสมัครที่ทำความดี
    4. หน่วยงานสถานพยาบาลควรเปิดชองทางการติดต่อจากภาคประชาชนเช่น เปิดเบอร์โทรศัพท์ เปิดบริการรถรับส่ง จัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงาน เปิดให้ภาคประชาชนเป็นกรรมการพัฒนาสถานพยาบาล

  2. จัดให้มีการอบรมอาสาสมัครเพื่อเพิ่มความรู้ ทักษะในการสื่อสารและแนะนำการดูแล อาจจัดโดยเครือข่ายหรือทางสถานพยาบาล
  3. วันอาสาสมัคร จัดให้มีกิจกรรมอาสาสมัครหรือประชาสัมพันธ์งานอาสาสมัคร
  4. สถานพยาบาลเปิดงานให้อาสาสมัครเข้ามาช่วยทำ เช่น เปิดให้มาแนะนำผู้ป่วย มาพูดคุยให้กำลังใจ ช่วยทำกลุ่มบำบัด ช่วยเดินบัตร ช่วยแนะนำเส้นทาง โดยการประชาสัมพันธ์โดยตรง และผ่านสื่อของเครือข่าย
  5. จัดให้มีการสื่อสารสัมพันธ์ในสมาชิก เช่นมีจดหมายข่าว เพื่อให้สมาชิกยังคงเกาะกลุ่ม

สำหรับเรื่องอโรคยศาล ช่วยแนะนำ website www.khampramong.com ช่วยบรรยายกิจกรรมของวัด หรืดฉาย VDO presentation แจกหนังสือสมาธิบำบัด โครงการสถาบันญาณสิทธิธรรมบำบัดโอสถ และแจ้งงานอาสามัครของวัดดังนี้

  1. แพทย์เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ป่วยมะเร็ง ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง (ไม่รวมเวลาเดินทาง)
  2. เทคนิคการแพทย์หรือแพทย์ ที่สนใจดูเลือดผู้ป่วยโดยกล้องจุลทรรศน์ Dark Field ไม่จำเป็นต้องดูจนชำนาญ เอาแค่สนใจอยากช่วย เข้ามาช่วยเจาะเลือดและวิเคราะห์ Live Blood Analysis หรือช่วยอ่านทาง Internet โดยส่งภาพผ่าน mail
  3. ผู้แนะนำเรื่องอาหารบำบัด เป็นผู้มีประสบการณ์ทำและทานอาหารชีวจิต Macrobiotics มาก่อน
  4. ผู้ช่วยปลูกสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการปลูกสมุนไพรโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง โดยเข้ามาพัฒนาพื้นที่ในวัด หรือ รับช่วงให้ชาวบ้านปลูกต่อโดยควบคุมคุณภาพ
  5. ช่วยทำกลุ่มบำบัด (อาศัยการพูดคุยกันเป็นกลุ่มเพื่อเรียนรู้การบำบัดผ่านประสบการณ์ผู้ป่วยกันเอง)อาจเป็นพยาบาลทั่วไป พยาบาลจิตเวช หรือผู้สนใจที่ต้องการช่วยเจ้าหน้าที่ทำกลุ่มบำบัดก็ได้
  6. ช่วยทำสถิติ วิจัยและประเมินผล ช่วยโทรศัพท์ติดตามผู้ป่วยที่กลับจากอโรคยศาลแล้วเป็นระยะ นำข้อมูลมาประเมินเปรียบเทียบกับการไม่ได้รับการรักษา ช่วยประเมินอายุขัยผู้ป่วยอยู่ได้นานอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้โปรแกรม spss เป็น
  7. อื่นๆเช่นช่วยพิมพ์เอกสาร จัดบอร์ดให้ความรู้

น.พ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์

<< กลับสูู่่หน้าบทความที่น่าสนใจ